ปัญหาของเกียร์ออโต้ที่พบบ่อย

เกียร์ออโต้นั้นเป็นเกียร์ที่มักจะเห็นได้บ่อยในรถยนต์ทั่วไปในปัจจุบัน ซึ่งเกียร์ที่ระบบจะทำหน้าที่เปลี่ยนตำแหน่งของเกียร์ให้เหมาะสมตามความเร็วและน้ำหนักบรรทุก ระบบเกียร์อัตโนมัตินั้นยังมีอีก 2 ประเภทที่นิยมใช้ โดยแบ่งเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT.สำหรับคนที่ใช้รถเกียร์ออโต้มักจะพบปัญหาเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง จะมีปัญหาอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย
1. เกียร์กระตุกเวลาเปลี่ยนเกียร์
ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นคนเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง เพราะว่าเป็นการเปลี่ยนเกียร์โดยอัตโนมัติ แต่สามารถสังเกตได้จากการไต่ระดับการเปลี่ยนเกียร์ หากจังหวะที่เปลี่ยนเกียร์แล้วเกียร์มีอาการกระตุกหรือกระชาก อาจเกิดจากระบบเกียร์มีความสกปรก เช่น มีฝนหรือสิ่งสกปรกอะไรตกค้างบริเวณกรองน้ำมันเกียร์ หรือบางทีอาจเกิดจากคลัตช์ชำรุดเสียหาย ต้องรีบไปให้ร้านดูด่วนเลย
2. มีเสียงดังระหว่างเปลี่ยนเกียร์
ระบบของเกียร์ออโต้ จะมีชิ้นส่วนฟันเฟืองต่างๆมากมายที่เป็นโลหะทั้งหมด สาเหตุที่เกิดเสียงดัง นั่นอาจบ่งบอกถึงมีการรั่วซึมของน้ำมันเกียร์ เพราะน้ำมันเกียร์ จะเป็นส่วนช่วยให้การทำงานของชุดฟันเฟืองมีความลื่นไหล เปรียบเสมือนชั้นป้องกันการกระทบโดยตรงของชิ้นส่วนโลหะ เวลาเรามีการเปลี่ยนเกียร์แถมยังช่วยป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆอีกด้วย
3. เข้าเกียร์แล้ว รถยังไม่ขยับ
ในกรณีที่คุณกำลังเข้าเกียร์ ไม่ว่าจะเข้าเกียร์ R เพื่อะถอยหลัง หรือเข้าเกียร์ D เพื่อเดินหน้า แต่รถกลับจอดนิ่งไม่ขยับหรือออกตัวไปไหนทั้งนั้น อาจเกิดจากกรองเกียร์ตันหรือน้ำมันเกียร์เริ่มเสื่อมคุณภาพ เมื่อสตาร์ทรถควรให้เครื่องวอร์มให้เครื่องร้อนสักครู่ ถึงจะกลับมาเป็นปกติ
4. อาการอื่นๆ
เช่น เข้าเกียร์ได้ยาก หรือเกียร์มีอาการฝืดหรือติดขัด มีสาเหตุมาจาก การใช้น้ำมันเกียร์ที่ผิดประเภท ไม่มีคุณภาพ, เกียร์มีอาการกระตุกระหว่างที่เปลี่ยนเกียร์, เกียร์มีอาการวืดเหมือนไม่ได้เข้าเกียร์หรือ อาจมีกลิ่นไหม้เกิดขึ้น หากพบปัญหาเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าชุดเกียร์ของคุณเริ่มเสื่อมสภาพ ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ ผลลัพธ์ที่จะตามมาอาจร้ายแรงกว่าที่คิด ควรรีบนำรถไปตรวจสอบทันทีที่เกิดอาการ
และนี่ก็เป็นปัญหาที่ผู้ใช้รถเกียร์ออโต้อาจจะพบเจอ ถ้าหากคุณมีการดูแลระบบเกียร์ที่สม่ำเสมอ และดีเยี่ยมก็อาจจะไม่มีปัญหาเหล่านี้ก็ได้ แต่เมื่อใดที่พบว่าเกียร์ของคุณมีอาการผิดปกติ ก็ควรจะรีบเอาไปให้ช่างซ่อมดูโดยทันที เพื่อป้องกันในการใช้รถครั้งต่อไป จะได้ปลอดภัยและไม่เป็นันตราย แต่หากปล่อยไว้ก็อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
